วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

自己紹介 2 : การแนะนำตัวครั้งที่ 2


สวัสดีค่ะทุกคน  วันนี้ฉันจะมาพูดถึงการแนะนำตัวที่ฉันได้เรียนในคาบ APP JP Ling ภาษาศาสตร์ประยุกต์นะคะ ครั้งที่แล้วได้เขียนเกี่ยวกับการแนะนำตัวไปก็จริง แต่สิ่งที่ต่างจากอันก่อนคือการแนะนำตัวโดยการบอกข้อดี ข้อเสียของเราลงไปค่ะ ในคาบ ฉันได้ลองอ่านบทแนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่นของตัวละครสมมติทั้งหมด 6 คนค่ะ สิ่งที่ฉันประหลาดใจมากก็คือ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะพูดถึงแต่ข้อดีของตัวเอง บางคนยกข้อเสียของตนเองมาพูดเสียด้วยซ้ำ แต่ข้อเสียที่เขามีนั้น เขาสามารถเขียนให้ผู้อ่านเห็นว่าข้อเสียของเขาจริงๆแล้วแฝงข้อดีและกลายเป็นจุดเด่นของเขาได้ด้วยค่ะ เช่น มีคนคนหนึ่งเขียนว่าตนเองเป็นคนที่ไม่สามารถด้นสดได้ (ทำอะไรโดยไม่วางแผนก่อน) เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่สามารถทำอะไรโดยไม่คิดมาก่อนในเวลานั้นได้ เขาต้องมีการวางแผน การซักซ้อมทุกครั้ง เขาต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว แต่สิ่งนี้เองทำให้ฉันเห็นว่าเขาเป็นคนที่พึ่งพาได้ เป็นคนมีความอุตสาหะ และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ค่ะ  ฉันรู้สึกประทับใจวิธีการเขียนของงเขา ฉันจึงอยากลองเขียนแนะนำตัวแบบเขาดู โดยการยกข้อเสียของตนเองขึ้นมาก่อนค่ะ  

บทแนะนำตัวของฉัน (ครั้งที่ 2)


私は頭の回転が遅い人です。そのため、何かをする上で、計画を立て、他人より時間も力もかかります。それに、失敗するのが嫌な人なので、ベストを目指し、自分が納得できるまでやるタイプです。失敗は当たり前なことが分かっていますが、何かをするときに、つい考えすぎてしまいます。それは短所ですが、頭の回転が遅く、失敗するのが嫌であるからこそ、頑張るようになり、自分の能力も開発することができると思います

บทข้างต้น ฉันพูดถึงข้อเสียของตนเองไว้ว่า ฉันเป็นคนหัวช้า เวลาทำงานอะไรจึงต้องมีการวางแผนก่อน และมักจะใช้เวลาไปกับงานชิ้นๆนั้นมากและเหนื่อยไปกับการทำงานมากกว่าคนอื่น อีกทั้งฉันเป็นคนที่ไม่ชอบความผิดพลาด ฉันเป็นคนที่ชอบความเพอร์เฟ็ค (Perfectionist)  ฉันมักจะทำงานและแก้งานแต่ละชิ้นจนกว่าฉันจะพอใจในงานชิ้นนั้น ฉันทราบดีว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นได้เสมอ ฉันจึงควรยอมรับมันให้ได้ แต่พอถึงเวลาทำงาน ฉันมักจะเผลอคิดมากว่างานชิ้นนี้ดีพอหรือยัง? ฉันควรแก้ไขปรับปรุงตรงไหนอีกไหม?  ฉันกลายเป็นคนคิดมาก ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นข้อเสียของฉัน แต่ฉันคิดว่าการที่ฉันหัวช้าและไม่ชอบความผิดพลาด บางทีก็ทำให้ฉันมีความพยายามที่จะพัฒนางานของตนเองมากขึ้นและความสามารถของฉันก็คงจะพัฒนาขึ้นตามไปด้วยเช่นกันค่ะ


แม้ว่าฉันอาจจะเขียนได้ไม่ดีเท่าตัวอย่าง แต่ฉันคิดว่าฉันก็ได้พยายามลองเขียนดูค่ะ (ผลของการเป็น perfectionist 5555) ฉันได้ลองให้คนญี่ปุ่นในเว็บ Lang 8 ตรวจเช็คภาษาญี่ปุ่นให้ค่ะ จากที่อ่านคอมเมนต์แล้ว ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนมากขึ้น  Lang 8 เป็นเว็บเรียนภาษาต่างประเทศที่ดีจริงๆค่ะ (น้ำตาจะไหล)  ถึงแม้ว่าจะมีคนช่วยแก้แค่คนเดียว  แต่ก็รู้สึกปลื้มปริ่มมากค่ะ *.*


บทแนะนำตัวของฉันที่ได้รับการแก้แล้ว




私は頭の回転が遅い人です。そのため、何かをする上で、計画を立て、他人より時間ももかかります。それに、失敗するのが嫌な人で、ベストを目指し尽くし、自分が納得できるまでやるやり抜くタイプです。失敗は当たり前なこと分かっていますが、何かをするときに、つい考えすぎてしまいます。それは短所ですが、頭の回転が遅く、失敗するのが嫌であるからこそ、頑張るようになり、自分の能力揮することができると思います。

หลังจากที่ฉันได้พิจารณาจุดที่พลาดของฉันแล้ว ฉันคิดว่า เวลาที่ต้องการจะบอกว่าตนเองมีนิสัยแบบไหน เป็นคนแบบไหน ให้ใช้คำว่า 人間(มนุษย์) แทนคำว่า“…(คน)จะดีกว่า  จุดนี้ ฉันคิดว่ามีส่วนที่คล้ายคลึงกับภาษาไทยตรงที่ภาษาไทยบางคำก็มีการใช้คำว่า มนุษย์…”  เวลาที่ต้องการจะบอกว่าตนเองเป็นคนแบบไหน เช่น มนุษย์กลางวัน” , มนุษย์กลางคืนเป็นต้น ที่น่าแปลกใจคือ คำ 2 คำนี้ ภาษาญี่ปุ่นก็ใช้คำว่า 朝型人間”  และ 夜型人間เหมือนกับภาษาไทยเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม ก็มีบางคำที่ทั้ง 2 ภาษาใช้แตกต่างกัน ดังบทแนะนำข้างต้น ในภาษาไทย หากต้องการจะพูดว่าตัวเองหัวช้า คิดช้า ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่ใช้คำว่า คนหัวช้ามากกว่า มนุษย์หัวช้าค่ะ สำหรับฉัน คำว่า มนุษย์หัวช้าฟังดูแปลกๆ ติดตลกหน่อยๆ เหมือนใช้ตอนที่ต้องการให้ดูตลกหรือใช้ตอนล้อเพื่อนมากกว่าค่ะ บางทีก็ให้ความรู้สึกว่าคนพูดกำลังดูถูกคนที่กล่าวถึงอยู่นิดหน่อยด้วย ถ้าจะใช้ ควรใช้กับเพื่อนที่สนิทเท่านั้นน่าจะดีกว่าค่ะ ส่วนภาษาญี่ปุ่น ใช้คำว่า 頭の回転が遅い人間แทน ไม่ใช้คำว่า คนเหมือนในภาษาไทย  ในทำนองเดียวกัน หากต้องการจะพูดว่าเกลียดความผิดพลาด ภาษาไทยเรียกว่า คนที่ไม่ชอบความผิดพลาดในทางตรงกันข้าม ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 失敗するのが嫌な人間 แทน ไม่ใช้คำว่า คนเหมือนในภาษาไทย

นอกจากนี้ ฉันยังมีข้อผิดพลาดในการเลือกใช้คำอยู่  อาจจะไม่เชิงข้อผิดพลาดเสียทีเดียว แต่สำหรับคนญี่ปุ่น เขาคิดว่ามันแปลกก็เป็นได้ ในประเด็นนี้ ฉันคิดว่าต้องฝึกอ่าน ฝึกเขียนให้มากๆ ถึงจะสามารถพัฒนาตรงจุดนี้ไปได้ค่ะ (และฉันคิดว่าฉันต้องพัฒนาอีกเยอะเลย ) เช่น ถ้าหากต้องการจะพูดว่า ใช้ทั้งเวลาและพลังไปมากกว่าใครๆในภาษาญี่ปุ่น ควรพูดว่า 他人より時間ももかかりますแทนคำว่า เฉยๆ ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะ คำว่า 労力ที่แปลว่า แรงงาน(labor, toil)ให้ภาพลักษณ์เรื่องการใช้แรงงาน  ความเหน็ดเหนื่อยได้มากกว่าคำว่า ที่แปลว่า กำลัง/พลังเฉย ๆ ก็เป็นได้  คำที่สองคือคำว่า ทำให้ดีที่สุดในภาษาญี่ปุ่น ควรพูดว่า ベストを尽くす(ทำจนสุดความสามารถ)แทนคำว่า ベストを目指す(ตั้งเป้าว่าต้องดีที่สุด)สาเหตุที่ฉันใช้ประโยคแบบหลังเป็นเพราะฉันจำได้ว่าเคยเห็นมีคนใช้ประโยคนี้ ฉันเลยนำมาใช้ แต่ทว่า ในบริบทนี้ ประโยคที่เขาแก้มาให้อาจจะฟังดูดีและเป็นธรรมชาติมากกว่าก็เป็นได้  คำสุดท้ายคือคำว่า ทำงานจนกว่าตนเองจะพอใจในผลงานภาษาญี่ปุ่น ควรพูดว่า 自分が納得できるまでやるやり抜くมากกว่าแค่ やるเฉย ๆ อาจจะเป็นเพราะคำว่า やり抜くให้ภาพลักษณ์ว่าทำจนเสร็จ จนถึงสุดท้ายโดยไม่ทิ้งงานไปกลางคัน  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของผู้พูดได้มากกว่าคำว่า やるเฉย ๆ ก็เป็นได้

เรื่องสุดท้ายคือ เรื่องคำช่วย และ ที่ฉันมักจะผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เพราะฉันยังสับสนวิธีการใช้อยู่บ้างและบางทีก็เผลอเรอใช้ตามความนึกคิดของตนเอง  ในกรณีบทแนะนำตัวข้างบน 失敗は当たり前なこと分かっていますが、แม้คำว่า 分かる ต้องคู่กับคำช่วย เสมอ แต่สาเหตุที่กรณีต้องใช้คำว่า อาจเป็นเพราะฉันกำลังเปรียบเทียบของ 2 สิ่งอยู่  นั่นคือ ฉันเข้าใจดีว่าการทำผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ(สำหรับมนุษย์) แต่…” จึงทำให้ต้องใช้คำช่วย แทน

แม้ว่าฉันอาจจะยังต้องฝึกภาษาญี่ปุ่นอีกมาก แต่ฉันจะพยายามและพัฒนาภาษาญี่ปุ่นของฉันให้ดีขึ้นค่ะ  ฉันดีใจที่ฉันได้ฝึกการเขียนในครั้งนี้ และได้เว็บเรียนภาษา Lang 8 เป็นเพื่อนคู่ใจ  คอยช่วยให้คำปรึกษาฉันค่ะ จากเพื่อน ๆ ก็ลองไปใช้ดูกันได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามบล็อคของฉันนะคะ :D

                                                                6 กุมภาพันธ์ 2560







วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ประสบการณ์การใช้เว็บ Lang-8

สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกๆคน วันนี้ฉันจะมาพูดถึงประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ Lang-8 นะคะ แต่ก่อนอื่น อยากถามก่อนว่าเพื่อนๆ รู้ไหมคะว่ามันคือเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร  และเคยเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์นี้หรือเปล่าคะ ฉันจะให้เวลา 5 วินาทีในการนึกนะคะ
.
.
.
.
.
ปิ๊งป่อง หมดเวลา ทำไมไวจัง 5555 เว็บไซต์ Lang 8 เป็นเว็บไซต์สำหรับเรียนภาษา เป็นเว็บไซต์ที่เราสามารถนำประโยคที่เราแต่งเป็นภาษาต่างประเทศและให้คนชาตินั้นตรวจให้ได้ค่ะ และเราก็สามารถตรวจทานความถูกต้องของประโยคที่คนต่างชาติเขียนเป็นภาษาไทยให้ได้ด้วย นับว่าเราได้ทำ Give and Take เลยค่ะ ยิ่งเราตรวจทานเขาให้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้คะแนนมากขึ้นเท่านั้น คะแนนนี้ยิ่งมากยิ่งดีค่ะ เมื่อเราแต่งประโยคและโพสให้คนชาตินั้นแก้ไขให้ โพสของเราจะขึ้นเด่นให้คนเห็นง่าย ทำให้คนมีโอกาสเข้ามาตรวจทานประโยคของเราได้มากขึ้นค่ะ ฉันจะขอเรียกการทำคะแนนนี้ว่าการสะสมแต้มบุญค่ะ 5555 แต่ถ้าหากว่าเราสมัครสมาชิกแบบ Premium (แบบเสียค่าบริการ) โพสของเพื่อน ๆ จะถูกไฮไลท์ด้วยสีฟ้าและขึ้นเป็นโพสบนสุดทำให้เห็นง่ายและโอกาสที่คนจะเข้ามาแก้ให้ก็มากขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องสะสมคะแนนค่ะ  โดยส่วนตัวแล้ว ฉันคิดว่าคงแล้วแต่ความชอบและความสะดวกของแต่ละคนเลยดีกว่าค่ะ 



หน้าตาเว็บไซต์เป็นแบบนี้ค่ะ




นี่คือหน้าเว็บไซต์ตอนที่เราสมัครสมาชิกและล็อกอินแล้ว


ฉันเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนค่ะ แต่ฉันรู้สึกชอบมาก เพราะเป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เราได้พัฒนาภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ (ยกเว้นค่าอินเตอร์เน็ต หรือการสมัครสมาชิกเป็น Premium) เราสามารถพัฒนาภาษาตนเองได้ตลอดเวลา สามารถโพสประโยคที่ต้องการจะถามตอนไหนก็ได้ แต่ฉันแนะนำว่าให้โพสในเวลาที่คนประเทศนั้นไม่ได้นอนอยู่ค่ะ 5555 เพราะเขาจะได้เห็นโพสของเรา ถ้าหากเราโพสตอนที่เขากำลังนอนอยู่ ตอนที่เขาตื่นเช้ามา โพสของเราก็จะถูกโพสใหม่ของคนอื่นดันลงไปอยู่ข้างล่างค่ะ นอกจากนี้ ฉันคิดว่า เว็บไซต์นี้ทำให้คนเรียนภาษาหลายคนไม่กระดากอายที่จะโพสประโยคที่ตนคิดว่าแปร่งๆให้เขาแก้ เพราะคนที่เข้ามาดูและคนที่แก้ไม่ทราบว่าเราเป็นใคร มีหน้าตาอย่างไร (ยกเว้นว่าเราจะเอารูปตนเองเป็นรูปโปรไฟล์) ทำให้เรามีโอกาสที่จะพัฒนาภาษาของเราได้มากขึ้นค่ะ

ประเด็นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เราสามารถเป็นผู้ให้จากการแก้ไขภาษาของคนต่างชาติได้ค่ะ เมื่อใดที่เห็นเพื่อนคนต่างชาติโพสประโยคที่เราคิดว่าคนไทยไม่น่าใช้กัน เราก็สามารถเข้าไปแก้ให้เขาและอธิบายให้เขาเข้าใจได้ แต่ขอแนะนำไว้อย่างหนึ่งนะคะ เวลาแก้อะไร เราควรแก้ให้มีความเป็นกลางมากที่สุด ถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะเป็นคนไทย แต่คนไทยแต่ละคนก็มีการใช้ภาษาไทยที่แตกต่างกันค่ะ เพราะฉะนั้นจึงควรแก้ให้เป็นประโยคที่คนไทยส่วนใหญ่น่าจะใช้และยอมรับกันได้นะคะ แม้ว่างานนี้จะเป็นงานที่เพื่อนอาจจะคิดว่าเสียเวลา ไม่ได้พัฒนาภาษาของตนที่อยากเรียน แต่ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะเรียนภาษาต่างประเทศต่อไปค่ะ เมื่อเราได้เห็นความพยายามของคนต่างชาติที่เรียนภาษาเรา เราก็มีความรู้สึกซาบซึ้งและอยากจะพยายามเรียนภาษานั้นให้เก่งมากยิ่งขึ้นค่ะ เราเห็นเขาแต่งประโยคผิดพลาด เราในฐานะเจ้าของภาษาก็รู้สึกอยากแก้ให้ดีขึ้น ไม่ได้มีความรู้สึกดูถูกเขาเลย กลับทำให้เรารู้สึกดีใจที่มีคนสนใจเรียนภาษาของเรา นอกจากนี้ การที่เราแก้ภาษาไทยให้เขาจะช่วยให้เราได้มาทบทวนกับภาษาไทยที่เราใช้ในชีวิตประจำวันว่าเราใช้กันได้อย่างถูกต้องหรือไม่ และเราได้มีการพัฒนาทักษะการอธิบายภาษาไทยให้คนต่างชาติเข้าใจได้อีกด้วย ครั้งหน้า เมื่อมีคนต่างชาติเข้ามาถามเกี่ยวกับภาษาไทย เราจะได้อธิบายให้เขาได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดนาน

สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่ฉันได้เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกและมีโอกาสได้แก้ภาษาไทยให้คนต่างชาติ เพราะสิ่งนี้ทำให้ฉันค้นพบความสุขกับการเรียนภาษา แก้ไขภาษาให้คนต่างชาติและเป็นสิ่งที่จุดประกายอาชีพที่ฉันอยากทำในอนาคตค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ (^.^)



                                                                                                                                                                                             2 กุมภาพันธ์ 2560







วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

แนะนำตัว「自己紹介」



การแนะนำตัวในครั้งแรกของฉัน (จากการถอดเทป)

 (あ)はじめまして、(あ)私はマナッサナンと申します。インと呼んでください。(あのう、あ)今は日本のドラマについて研究しています(笑)。(あ)ストレスがたまるときに、私はいつも音楽をき、聞いたり、絵を描く、絵を描いたりします。はい、よろしくお願いします。


การประเมินตนเอง (内省)

                จากการประเมินการแนะนำตัวของฉัน ฉันคิดว่าการแนะนำตัวในข้างต้นนี้อยู่ในระดับปานกลาง  มีติดขัดบ้าง และชอบพูดคำว่า อ่าเวลานึกคำพูด ฉันคิดว่าครั้งหน้าควรจะลดให้น้อยลงเพื่อความไหลลื่น ฉันยังมีปัญหาเรื่องการผันกริยาภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้างเนื่องจากความไม่เคยชิน ถ้าหากฝึกผันกริยาให้มากกว่านี้ การผันกริยาของฉันคงดีขึ้น  นอกจากนี้ควรคำนึงถึงเรื่อง テンスด้วย ถ้าจะให้ตรงตามไวยากรณ์ควรพูดว่า ストレスがたまったとき แทน

 นอกจากนี้ หลังจากที่ฉันได้ศึกษาการแนะนำตัวของคนญี่ปุ่น ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันสามารถนำมาปรับให้การแนะนำตัวของฉันดีและมีความเป็นธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้นคือ

1. การทักทายคนอื่นก่อนแล้วค่อยแนะนำตนเอง เช่น   皆さん、こんにちは หลังจากนั้น พูดชื่อของตนเอง ตอนพูดชื่อของตนเองควรพูดให้ช้าลงเพื่อให้คนอื่นฟังได้ทันและจำตนเองได้  โดยเฉพาะ หากแนะนำตนเองให้คนต่างชาติฟัง ยิ่งควรพูดให้ช้าๆและชัดๆเพราะเขาอาจจะยังไม่เคยชินกับชื่อในภาษาของเรา

2.  ถ้าหากคนในที่นั้นเป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ควรบอกว่าตนเองกำลังเรียนอยู่สาขาไหนและอธิบายว่างานวิจัยของเราเกี่ยวกับอะไรพอสังเขป เพื่อให้เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังศึกษาได้มากยิ่งขึ้น และหากมีศัพท์เฉพาะที่ผู้อื่นอาจไม่รู้ก็ควรอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเช่นกัน  มิฉะนั้นผู้อื่นอาจจะรู้สึกว่าเข้าไม่ถึงและเลิกที่จะสนใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่ก็เป็นได้

3. พยายามเชื่อมโยงกับสิ่งที่คนอื่นได้พูดก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เพื่อให้แสดงให้เห็นว่าเราได้สนใจและตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาได้พูดก่อนหน้านี้ เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกทางหนึ่ง เช่น ในกรณีที่มีวิธีคลายเครียดเหมือนกับคุณ A ก็เอ่ยถึงคุณ A ขึ้นมาและผายมือไปทางคุณ A

4.  ก่อนที่จะแนะนำตนเองจบ  ถ้าหากเป็นกรณีที่ต่อจากนี้จะต้องเรียนร่วมกันอีกนาน นอกจากจะพูดว่า よろしくお願いしますแล้ว  คำว่า 皆さん、一緒に勉強していきましょう (จากนี้ไป มาเรียนด้วยกันเถอะ) ก็อาจเป็นการดึงให้คนอื่นมีส่วนร่วมในบทสนทนาเราและเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็เป็นได้

5. จุดที่ควรระมัดระวังมากขึ้นคือ คนไทยมักจะพูดคำว่า กับ ซึ่งต่างจากคนญี่ปุ่น หากพูดมากเกินไปจะดูไม่มีความเป็นธรรมชาติ ฉันจึงคิดว่าต่อจากนี้จะพยายามพูดคำว่า  และ ให้น้อยลง

6. เรื่องสำนวนภาษา  ฉันได้เรียนสำนวนหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในโอกาสหน้า ฉันคิดว่าฉันจะลองใช้สำนวนภาษาเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น

6.1 เรื่อง 専門領域 มีวิธีพูดหลากหลาย เช่น 
専門領域は…です。 หรือ   
…について研究をしています。 หรือ 
 …について研究を行っています。


6.2 เมื่อพูดถึงเรื่อง ストレス解消 คนญี่ปุ่นไม่ค่อยพูดสำนวนว่า ストレスがたまったときแต่มักจะพูดว่า ストレス解消は…ことです。 หรือ   ストレス解消に行うことは…ことです。” 

                หลังจากวิเคราะห์ประเมินตนเองมาทั้งหมดนี้ ฉันตั้งใจว่าฉันจะลองปรับปรุงการแนะนำตัวครั้งหน้าของฉันให้ดียิ่งขึ้น ฉันหวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยและถ้าหากท่านใดมีความคิดดีๆที่ทำให้การแนะนำตัวดียิ่งขึ้นก็สามารถแชร์กันได้นะคะ แล้วเจอกันครั้งหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ :D